วันอาทิตย์ที่ 2 มีนาคม พ.ศ. 2568

กล่าววิสัยทัศน์ ในงานวันผู้ก่อตั้งกลุ่มบริษัทคนรักดี ครั้งที่ 8


คำว่า วิสัยทัศน์ หรือภาษาอังกฤษ ที่เรียกว่า VISION  ซึ่งหลายๆ ท่านอาจจะสับสนกับคำว่า MISSION ซึ่งหมายถึง พันธกิจ    

สำหรับ วิสัยทัศน์ นั้น เชื่อว่าหลายๆ ท่านน่าจะพอทราบความหมายกันเป็นอย่างดี  อย่างไรก็ตาม เรามาลองมาดูข้อมูลต่อไปนี้ 

วิสัยทัศน์ (Vision) คือ การมองเห็นหรือการกำหนดเป้าหมายในอนาคตที่ชัดเจนและยั่งยืน โดยแสดงถึงความฝันหรือความตั้งใจที่องค์กร กลุ่มคน หรือบุคคลต้องการจะไปให้ถึงในระยะยาว ซึ่งโดยทั่วไปวิสัยทัศน์มักสะท้อนถึงความมุ่งมั่นในการสร้างผลกระทบเชิงบวกต่อสังคม สิ่งแวดล้อม หรือกลุ่มเป้าหมาย และเป็นแรงผลักดันให้เกิดการวางแผนและการดำเนินงานเพื่อให้บรรลุเป้าหมายนั้น

ลักษณะสำคัญของวิสัยทัศน์ 
1.  ชี้นำทิศทาง   
   วิสัยทัศน์เป็นเหมือนเข็มทิศที่บอกทิศทางว่าองค์กรหรือบุคคลกำลังเดินไปทางไหนและต้องการไปถึงจุดใดในอนาคต

2.  สร้างแรงบันดาลใจ   
   วิสัยทัศน์ที่ดีควรสร้างแรงบันดาลใจและกระตุ้นให้ผู้คนร่วมกันทำงานอย่างมุ่งมั่นเพื่อบรรลุเป้าหมาย

3.  มองการณ์ไกล   
   วิสัยทัศน์ไม่ใช่เป้าหมายระยะสั้น แต่เป็นภาพรวมของความสำเร็จในอนาคตที่อาจต้องใช้เวลาหลายปีหรือหลายทศวรรษในการบรรลุ

4.  เฉพาะเจาะจงและชัดเจน   
   วิสัยทัศน์ควรมีความชัดเจนและสามารถสื่อสารได้ง่าย เพื่อให้ทุกคนเข้าใจตรงกันและร่วมมือกันเพื่อไปสู่เป้าหมายเดียวกัน

5.  สะท้อนค่านิยมและอุดมการณ์   
   วิสัยทัศน์มักสะท้อนถึงค่านิยมหลักและความเชื่อขององค์กรหรือบุคคล เช่น การให้ความสำคัญกับความยั่งยืน การพัฒนาสังคม หรือการสร้างสรรค์นวัตกรรม

ตัวอย่างวิสัยทัศน์ 
1.  องค์กร   
   - บริษัท Apple: "To make the best products on earth, and to leave the world better than we found it."  
     (การทำผลิตภัณฑ์ที่ดีที่สุดในโลก และทำให้โลกนี้ดีขึ้นกว่าตอนที่เราพบเจอ)  
   - องค์การสหประชาชาติ (UN): "To promote peace, prosperity, and sustainability for all."  
     (ส่งเสริมสันติภาพ ความเจริญรุ่งเรือง และความยั่งยืนสำหรับทุกคน)

2.  บุคคล   
   - มาร์ติน ลูเทอร์ คิง จูเนียร์: "I have a dream that my four little children will one day live in a nation where they will not be judged by the color of their skin but by the content of their character."  
     (ฉันมีความฝันว่าลูกๆ ของฉันจะเติบโตในประเทศที่พวกเขาไม่ถูกตัดสินจากสีผิว แต่จากคุณค่าในตัวตน)

 ความแตกต่างระหว่างวิสัยทัศน์ (Vision) และพันธกิจ (Mission) 
-  วิสัยทัศน์ (Vision)   เป็นภาพอนาคตที่ต้องการไปให้ถึง เป็นเป้าหมายใหญ่ที่สร้างแรงบันดาลใจ  
-  พันธกิจ (Mission)  เป็นคำอธิบายว่าองค์กรหรือบุคคลทำอะไรและทำอย่างไรเพื่อไปสู่วิสัยทัศน์ เช่น กระบวนการ ค่านิยม หรือวิธีการทำงาน

บทบาทของวิสัยทัศน์ในชีวิตประจำวัน 
- ในระดับ  "บุคคล"  วิสัยทัศน์ช่วยให้เรามีเป้าหมายชีวิตที่ชัดเจน เช่น การตั้งเป้าหมายว่าจะเป็นผู้เชี่ยวชาญในสายอาชีพหรือสร้างครอบครัวที่อบอุ่น  
- ในระดับ "องค์กร" วิสัยทัศน์ช่วยให้องค์กรมีแนวทางในการทำงานร่วมกัน เช่น การพัฒนานวัตกรรมเพื่อสังคมหรือการสร้างความยั่งยืน  

ดังนั้น 
วิสัยทัศน์คือการมองเห็นอนาคตที่ต้องการและกำหนดทิศทางเพื่อนำพาตนเองหรือองค์กรไปสู่ความสำเร็จในระยะยาว การมีวิสัยทัศน์ที่ชัดเจนและสร้างแรงบันดาลใจจะช่วยให้การตัดสินใจและการดำเนินงานมีประสิทธิภาพมากขึ้น 

>>>> "วิสัยทัศน์ คือ การกำหนดเป้าหมายในอนาคตที่ชัดเจนและสร้างแรงบันดาลใจเพื่อการพัฒนาตนเองหรือองค์กร"

สำหรับ "งานวันผู้ก่อตั้งกลุ่มบริษัทคนรักดี ครั้งที่ 8" ซึ่งได้จัดงานไปเมื่อวันอาทิตย์ที่ 19 มกราคม 2568 นั้น 

ผู้เขียน ได้รับความกรุณาจากประธานกรรมการกลุ่มบริษัทคนรักดี (ดร.สมชาย เหล่าสายเชื้อ) ให้โอกาสขึ้นเวทีงานดังกล่าว เพื่อกล่าว "วิสัยทัศน์" ในฐานะตำแหน่ง "รองกรรมการผู้จัดการ กลุ่มบริษัทคนรักดี"  ซึ่งที่กล่าวไว้นั้น ต้องขออนุญาตนำเสนออีกครั้งหนึ่ง  

วิสัยทัศน์ในการทำงาน คือ  "รวดเร็ว ฉับไวใส่ใจในความแม่นยำ เน้นย้ำความถูกต้อง"

โดยขอขยายความ ดังนี้

รวดเร็ว คือ ต้องทำหน้าที่ด้วยความรวดเร็วเมื่อผู้บังคับบัญชาสั่งงานหรือได้รับมอบหมายงานใดๆจะต้องเริ่มต้นวางแผนลงมือทำในทันที

ฉับไว  คือ ต้องให้สำเร็จตามเวลาที่กำหนดหรือให้สำเร็จเร็วกว่าที่กำหนดไว้

ใส่ใจในความแม่นยำ  คือ ต้องทำหน้าที่ของตนตามมาตรฐานที่กำหนดไว้ตามตำแหน่งมาตรฐานการทำงานของตัวเองตามหน้าที่ที่กำหนดของฝ่ายบุคคลขั้นตอนปฏิบัติต่างๆให้แม่นยำที่สุด

เน้นย้ำความถูกต้อง  คือต้องทบทวนไตร่ตรองก่อนส่งมอบงานหรือว่าให้งานออกมานั้นจะต้องไม่มีข้อผิดพลาดมีความประณีตที่สุดถูกต้องที่สุด 

+++++ 
นั่นคือ เป็น "วิสัยทัศน์" ที่ได้กล่าวไว้  ณ 02.50 ใน ลิงค์ต่อไปนี้


ผู้เขียนคิดว่า วิสัยทัศน์ นั้น จะต้องเกี่ยวข้องกันกับ "อิทธิบาท 4" (ฉันทะ, วิริยะ, จิตตะ, วิมังสา) อันเป็นหลักธรรมของพุทธศาสนาที่ช่วยสร้างความสำเร็จ และมีความสัมพันธ์อย่างลึกซึ้งกับ หลักสำคัญในการทำงาน  4 ข้อ ต่อไปนี้ 

1. Mindset (กรอบความคิด)

สัมพันธ์กับ "ฉันทะ"

ฉันทะ คือ ความพึงพอใจหรือความรักในสิ่งที่ทำ ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นของกรอบความคิดแบบเติบโต (Growth Mindset)

การมีฉันทะช่วยสร้างความเชื่อมั่นว่า เราสามารถพัฒนาตัวเองได้ และมองอุปสรรคหรือความท้าทายเป็นโอกาสในการเติบโต

2. ความพยายามสำคัญกว่าพรสวรรค์

สัมพันธ์กับ "วิริยะ"

วิริยะ คือ ความเพียรพยายาม ไม่ย่อท้อต่ออุปสรรค

การยอมรับว่าความพยายามสำคัญกว่าพรสวรรค์ สอดคล้องกับหลักของวิริยะ ที่เน้นการลงมือทำอย่างต่อเนื่องจนกว่าจะประสบความสำเร็จ

3. ความล้มเหลว คือ บทเรียน

สัมพันธ์กับ "จิตตะ"

จิตตะ คือ ความตั้งใจทำสิ่งใดสิ่งหนึ่งอย่างจริงจัง ไม่ท้อถอย

ความล้มเหลวไม่ใช่จุดสิ้นสุด แต่เป็นบทเรียนที่ช่วยให้เราพัฒนาตนเอง หากมีจิตตะที่เข้มแข็ง ก็จะสามารถนำความผิดพลาดมาเป็นข้อมูลเพื่อปรับปรุงต่อไป

4. พัฒนาตัวเองอย่างต่อเนื่อง

สัมพันธ์กับ "วิมังสา"

วิมังสา คือ การใช้ปัญญาไตร่ตรอง วิเคราะห์สิ่งที่ทำไป เพื่อหาทางปรับปรุงและพัฒนาตนเอง

การพัฒนาตนเองอย่างต่อเนื่องต้องอาศัยการตรวจสอบว่าอะไรได้ผลหรือไม่ได้ผล และปรับตัวให้เหมาะสม ซึ่งเป็นหัวใจของวิมังสา

ดังนั้น อิทธิบาท 4 เป็นเครื่องมือที่สนับสนุนหลักสำคัญทั้ง 4 ข้อข้างต้นได้เป็นอย่างดี 

ฉันทะ ช่วยสร้างแรงจูงใจในกรอบความคิดที่ถูกต้อง

วิริยะ ช่วยผลักดันให้เกิดการลงมือทำและพยายาม

จิตตะ ช่วยเสริมความมุ่งมั่นแม้ต้องเผชิญความล้มเหลว

วิมังสา ช่วยวิเคราะห์และพัฒนาตนเองอย่างต่อเนื่อง

ซึ่ง แน่นอนว่า วิสัยทัศน์นี้ไม่ใช่แค่คำขวัญที่สวยงาม แต่คือ แนวทางปฏิบัติที่เราทุกคนจะต้องร่วมมือกัน สร้างมาตรฐานใหม่ให้กับองค์กร เพื่อให้การทำงานของเรากลายเป็นแบบอย่างที่ดีและได้รับการยอมรับในวงกว้าง  

ดังนั้น ขอให้พวกเรา "กลุ่มบริษทคนรักดี" ทุกคนมุ่งมั่นและเดินไปในทิศทางนี้ด้วยกัน เพื่อทำให้วิสัยทัศน์ต่างๆ นั้น เป็นจริงให้ได้ ใช่หรือไม่  

อจ.ตุ้ย
ผู้บันทึก